นับตั้งแต่พระราชบัญญัติการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2535 เป็นต้นมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน) พพ. )ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และเพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่2) 2550 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน 2551
การแก้ไขพรบ. ครั้งนี้ ไม่ได้แก้ไขหรือยกเลิกเนื้อความในพระราชบัญญัติการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ ทั้งฉบับ เป็นการแก้ไขข้อความใหม่เพียงบางมาตราและเพิ่มบทบัญญัติขึ้นมาใหม่บางส่วน คือได้ยกเลิกการจัดทำรายงานเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน และให้ส่งรายงานการจัดการพลังงานให้ พพ. แทน ซึ่งกฎกระทรวงประกาศเมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ โดยให้ส่งภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. 2550 ระบุให้โรงงานควบคุม และอาคารควบคุมต้องดําเนินการตามวิธีการจัดการพลังงานทั้ง 8 ขั้นตอน และต้อง จัดทํารายงานการจัดการพลังงาน รวมทั้งแนบผลการตรวจสอบและรับรองจากทีมงานผู้ตรวจสอบพลังงานภายนอกที่ขึ้นทะเบียนกับ พพ. ให้แก่อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี (นําส่ง 1 ครั้งต่อปี) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
การจัดเตรียมและบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึก รวมถึงการจัดทํารายงานการจัดการพลังงานจึงมีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะรายงานดังกล่าวต้องมีความถูกต้องและครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยผู้ตรวจสอบพลังงาน จึงจะสามารถนําส่งให้แก่ พพ. เพื่อตรวจรับได้
รายงานการจัดการพลังงาน ประกอบด้วย 8 บท ซึ่งมีเนื้อหาเป็นรายละเอียดการดําเนินงานตามวิธีการจัดการพลังงานทั้ง 8 ขั้นตอน นอกจากนี้ในส่วนแรกของรายงานยังมีข้อมูลเบื้องต้นของโรงงาน/อาคารเพื่อใช้ เป็นข้อมูลพื้นฐานสําหรับการตรวจสอบรับรองด้วย
พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ก็ได้มีการออก ประกาศกฏกระทรวง กำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการ พลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 ซึ่งประเด็น สำคัญของกฎหมายที่กล่าวมา คือ ได้มีการกำหนดแนวทาง ปฏิบัติสำหรับโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมต้องปฏิบัติตามคือ “ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม โดยผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานที่ได้รับอนุญาต ”
ข้อบ่งชี้ว่าเป็นโรงงาน/อาคารควบคุม
1. เป็นโรงงานหรืออาคาร
2. อยู่ภายใต้บ้านเลขที่เดียวกัน
3. ติดตั้งเครื่องวัดไฟฟ้า (มิเตอร์) ตัวเดียวหรือหลายตัวรวมกันมีขนาดตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ ขึ้นไป หรือติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 1,175 กิโลโวลท์แอมแปร์ขึ้นไป หรือมีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ความร้อนจากไอน้ำหรือพลังงานสิ้นเปลืองอย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา เทียบเท่าพลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่ 20 ล้านเมกะจูล ขึ้นไป
หน้าที่ของโรงงาน/อาคารควบคุม
1. จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานที่มีคุณสมบัติและจำนวนตามที่กําหนดในกฎกระทรวงประจำโรงงาน ควบคุมภายในเวลาที่กําหนด
2. ต้องดำเนินการจัดให้มีการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐานหลักเกณ์ และวิธีการการจัดการพลังงานที่ กําหนดในกฏกระทรวง
3. ส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยต้อง ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้ตรวจสอบพลังงานที่ได้รับใบอนุญาตจาก พพ.
ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานในโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม (ผชร./ผชอ.)
ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจาก พพ. โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่ พพ. กําหนด และต้องแจ้งการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เป็นโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม โดยกําหนดจำนวนผู้รับผิดชอบ ดังนี้
| ประเภท | โรงงานควบคุม/อาคารควบคุม | |
|---|---|---|
| ขนาดเครื่องวัดไฟฟ้า | > 1,000 kW - < 3,000 kW | ≥ 3,000 kW |
| ขนาดหม้อแปลง | > 1,175 KVA - < 3,530 KVA | ≥ 3,530 KVA |
| ปริมาณการใช้พลังงาน | > 20 ล้าน MJ/y - < 60 ล้าน MJ/y | ≥ 60 ล้าน MJ/y |
| จำนวนผู้รับผิดชอบพลังงาน | 1 คน | 2 คนโดยอย่างน้อย 1 คนต้องได้รับการอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโสหรือผู้ที่สอบได้ตามเกณฑ์ |
| ประเภท | โรงงานควบคุม/อาคารควบคุม | |
|---|---|---|
| ขนาดเครื่องวัดไฟฟ้า | > 1,000 kW < 3,000 kW |
≥ 3,000 kW |
| ขนาดหม้อแปลง | > 1,175 KVA < 3,530 KVA |
≥ 3,530 KVA |
| ปริมาณการใช้พลังงาน | > 20 ล้าน MJ/y < 60 ล้าน MJ/y |
≥ 60 ล้าน MJ/y |
| จำนวนผู้รับผิดชอบพลังงาน | 1 คน | 2 คนโดยอย่างน้อย 1 คนต้องได้รับการอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโสหรือผู้ที่สอบได้ตามเกณฑ์ |
ทำไมหลายแห่งถึงคัดเลือกผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในช่วงที่จะตรวจสอบฯเท่านั้น จัดจ้างก่อนได้รับการแนะนำอย่างต่องเนื่อง ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคณะทำงานฯทุกท่าน ในการดำเนินการจัดการพลังงานประจำปี ทั้งเรื่องการกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน ,การฝึกอบรมและกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เราเป็นทีมตรวจสอบฯ ที่ให้คำแนะนำทีมคณะทำงานฯ อย่างต่อเนื่องในการจัดทำระบบการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำให้การดำเนินการให้สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎกระทรวง
+ บริษัทจะได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่๒) พ.ศ.๒๕๕๐
+ พัฒนาระบบการจัดการพลังงานผ่านกระบวนการ ตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบและรับรองจากภายนอก
+ ผลการตรวจรับรองการจัดการพลังงานที่ชัดเจน แม่นยำ โดยใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
+ การ กระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้พนักงานในองค์กรได้มีส่วนร่วมในระบบการจัดการพลังงาน
+ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานที่เหมาะสม
+ ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการพลังงาน ทั้งในเชิงเทคนิคและระบบการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กร
– มีการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานเป็นเอกสาร
– มีการกำหนดโครงสร้างอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทำงาน
– มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ ให้บุคลากรของโรงงาน/อาคารทราบ
– มีการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น โดยการพิจารณาจากการดำเนินงานด้านพลังงานที่ผ่านมาก่อนกำหนดนโยบายพลังงาน
– มีการจัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงานเป็นเอกสารและลงลายมือชื่อเจ้าของโรงงาน/อาคาร
– นโยบายต้องแสดงเจตจานงและความมุ่งมั่นในการจัดการพลังงาน
– มีการเผยแพร่นโยบายโดยปิดประกาศหรือโดยวิธีอื่นที่เหมาะสมเพื่อให้บุคลากรทราบ
– มีการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน โดยการตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพการใช้พลังงานที่มีนัยสำคัญ เพื่อหาสภาพการสูญเสียพลังงานและกำหนดมาตรการในการลดการสูญเสียดังกล่าว
– การประเมินการใช้พลังงานที่มีนัยสำคัญ มีการพิจารณาปัจจัยหลักในการประเมิน ได้แก่ขนาดการใช้พลังงาน ชั่วโมงการใช้พลังงาน และศักยภาพในการปรับปรุง
– การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน มีการประเมินหาสภาพการใช้พลังงานที่มีนัยสำคัญ ในระดับองค์กร, ระดับผลิตภัณฑ์หรือบริการ, ระดับอุปกรณ์
– การประเมินระดับองค์กรมีการรวบรวมเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า, การผลิตหรือการบริการ, การใช้พลังงาน ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคมของปีที่ผ่าน
– การประเมินระดับผลิตภัณฑ์หรือบริการมีการวิเคราะห์กระบวนการผลิตหรือบริการ และหาค่าการใช้พลังงานจาเพาะ (ค่าSEC)
– การประเมินระดับอุปกรณ์มีการประเมินการใช้พลังงานที่มีนัยสำคัญของแต่ละอุปกรณ์หลักรวมทั้งวิเคราะห์หาประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการสูญเสียพลังงานในแต่ละอุปกรณ์
– ผลการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการจัดการพลังงาน
– มีการกำหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงานที่ประสงค์จะให้ลดลงรวมทั้งระบุระยะเวลาการดาเนินการ การลงทุน และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดาเนินการ
– มีการนำข้อมูลการใช้พลังงานและข้อมูลเกี่ยวกับ ปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อการใช้พลังงานมาใช้ประกอบการกำหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน
– มีการแยกเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานเป็นมาตรการด้านไฟฟ้า และมาตรการด้านความร้อน
– แผนอนุรักษ์พลังงานด้านไฟฟ้ามีรายละเอียดครบ (ตามประกาศกระทรวงฯ ข้อ 8)
– แผนอนุรักษ์พลังงานด้านความร้อนมีรายละเอียดครบ (ตามประกาศกระทรวงฯ ข้อ 8)
– มีการจัดทำแผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามแผนการอนุรักษ์พลังงานที่จัดทำขึ้น
– มีการเผยแพร่แผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้บุคลากรทราบอย่างทั่วถึง
– มีการควบคุมดูแลให้มีการดำเนินการตามแผนการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งแผนการฝึกอบรมหรือกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
– มีการมอบหมายให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงานดาเนินการให้ผู้รับผิดชอบมาตรการอนุรักษ์พลังงานแต่ละมาตรการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และแผนการฝึกอบรม และกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รายงานผลการดำเนินการตามแผนให้คณะทำงานทราบอย่างสม่ำเสมอ
– มีการตรวจสอบและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามแผน จากรายงานผลการดำเนินงานของผู้รับผิดชอบในแต่ละมาตรการโดยคณะทำงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
– มีการจัดทำรายงานผลการดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงานแต่ละมาตรการ ตามที่กำหนดในเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานตามแบบรายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผน โดยมีรายละเอียดครบ (ตามประกาศกระทรวงฯ ข้อ 8)
– จัดให้มีการตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงาน ในลักษณะของการตรวจสอบภายในในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นประจำ
– มีคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ตรวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กรโดยประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อยสองคน และเผยแพร่ให้บุคลากรทราบอย่างทั่วถึง
– มีการดำเนินการตรวจติดตามฯ การดำเนินการจัดการพลังงานตามข้อกำหนดโดยการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงาน
– มีการประชุมเพื่อทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
– ในการประชุม มีตัวแทนจากหน่วยงานภายในของอาคารเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการจัดการพลังงานของโรงงาน/อาคาร
– เจ้าของโรงงาน/อาคารมีการนำผลการทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
– มีการเผยแพร่ผลการประชุมและผลการทบทวนวิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานให้บุคลากรรับทราบอย่างทั่วถึง
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ เป็นเอกสาร
2. ไม่มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะทำงานฯ
3. ไม่มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ ด้วยวิธีการใดๆ
4. อื่นๆ(ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ เป็นเอกสาร แต่ไม่ได้ลงนามโดยผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของโรงงาน
ควบคุม/อาคารควบคุม
2. มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะทำงานฯ โดยสอดคล้องกับสาระสำคัญใน
บางข้อในกฎกระทรวงข้อ 5
3. มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ ด้วยวิธีการต่างๆ แต่บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคาร
ควบคุมได้รับทราบไม่ทั่ว
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีการประเมินสภานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้นทั้งในหน่วยงานย่อยตามโครงสร้าง และ
ภาพรวมของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม
2. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. มีการประเมินฯ ไม่ครบทุกหน่วยงานย่อยตามโครงสร้างของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม
2. มีการประเมินฯ ตามข้อ 1 แต่ไม่ครบทั้ง 6 องค์ประกอบที่กำหนดใน EMM
3. มีเอกสาร/หลักฐาน แบบประเมินฯ ตามข้อ 1 ไม่ครบ
4. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีการกำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานเป็นเอกสาร
2. ไม่มีการกำหนดเนื้อหาสาระสำคัญของนโยบายฯ เลย
3. ไม่มีการเผยแพร่นโยบายฯ ด้วยวิธีการใดๆ เลย
4. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. นโยบายฯ ไม่ได้ลงนามโดยผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม
2. มีการกำหนดนโยบายฯ สอดคล้องกับสาระสำคัญในบางข้อในกฎกระทรวงข้อ 4
3. มีการเผยแพร่นโยบายฯ ด้วยวิธีการต่างๆ แต่บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมได้รับทราบ
ไม่ทั่วถึงและไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายฯ ได้
4. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานทุกข้อกำหนด ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่
รัฐมนตรีประกาศกำหนด
2. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. มีการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานไม่ครบทุกข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่
รัฐมนตรีประกาศกำหนด
2. ผลการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานไม่ถูกต้อง
3. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีการกำหนดเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน
2. ไม่มีการกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศ
กำหนด
3. ไม่มีการกำหนดแผนการฝึกอบรม
4. ไม่มีการเผยแพร่แผนการฝึกอบรม ให้บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมรับทราบอย่าง
ทั่วถึง
5. ไม่มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
6. ไม่มีการเผยแพร่กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ให้บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคาร
ควบคุมรับทราบอย่างทั่วถึง
7. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. ผลการกำหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้านไฟฟ้าและความร้อนไม่ถูกต้อง
2. มีการเผยแพร่แผนการฝึกอบรม แต่บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมรับทราบไม่ทั่วถึง
3. มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แต่บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมรับทราบ
ไม่ทั่วถึง
4. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และการดำเนินการตรวจสอบและ
วิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
2. ไม่มีการติดตามผลการดำเนินงานของแผนการจัดฝึกอบรม
3. ไม่มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานในแต่ละมาตรการ
อนุรักษ์พลังงานไม่ถูกต้อง
2. ผลการติดตามการจัดฝึกอบรม ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
3. ผลการติดตามกิจกรรมส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
4. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ตรวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กร
2. ไม่มีการตรวจประเมินการจัดการพลังงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
3. ไม่มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งคณะตรวจประเมินฯ ให้บุคลากรในโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม
รับทราบอย่างทั่วถึง
4. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. มีการตรวจประเมินการจัดการพลังงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด แต่ไม่
ครบทุกองค์ประกอบของวิธีการจัดการพลังงาน
2. มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ตรวจประเมิน แต่บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม
รับทราบไม่ทั่วถึง
3. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับร้ายแรง (Major)
1. ไม่มีการทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
2. ไม่มีการนำผลของการตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงานมานำเสนอคณะทำงานการจัด
การพลังงาน เพื่อทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานในรอบปี
3. ไม่มีผลการทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน
4. ไม่มีเอกสาร/หลักฐานที่แสดงถึงการเผยแพร่ให้บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมรับทราบ
อย่างทั่วถึงของผลการทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน
5. อื่นๆ (ถ้ามี)
ระดับไม่ร้ายแรง (Minor)
1. มีผลการทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานแต่ไม่ครบทุกองค์ประกอบ
ของวิธีการจัดการพลังงาน
2. มีเอกสาร/หลักฐานที่แสดงถึงการเผยแพร่ให้บุคลากรของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม รับทราบไม่ทั่วถึงของผลการทบทวนวิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน
3. อื่นๆ (ถ้ามี)










































